การใช้วัสดุ

บริษัทได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับปรุงและกระบวนการจัดการทรัพยากรและวัสดุอย่างยั่งยืน เราได้นำแนวทาง Green Procurement และมาตรฐาน ISO 20400 เข้ามาใช้ในการจัดซื้อและจัดจ้างวัสดุต่างๆ เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในทุกๆ ด้านของธุรกิจ แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทมุ่งเน้นการใช้วัสดุที่มีผลกระทบตํ่าต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทและสังคมโดยรวม และยังเป็นการมุ่งมั่นในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเป็นการสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบต่อสังคม การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิผล

เป้าหมาย

องค์กรที่รับผิดชอบต่อโลก และส่งต่อโลกที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป

โครงการสำคัญ

KING POWER CITY BOUTIQUE, ONE BANGKOK
ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับ แนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังแสดงถึงความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของลูกค้าที่มาใช้บริการและพนักงานของคิง เพาเวอร์ โดยนำหลักการออกแบบเพื่อความยั่งยืนที่ครอบคลุมในหลายมิติ เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมภายในที่ทั้งงดงามและเป็นมิตรต่อโลกอย่างแท้จริง


1. การเลือกใช้วัสดุอย่างยั่งยืน (Sustainable Materials)
โครงการคัดเลือกวัสดุที่มาจากแหล่งที่สามารถฟื้นฟูได้ เช่น ไม้จากป่าปลูกที่ได้รับการรับรอง (FSC-certified wood) พร้อมหลีกเลี่ยงวัสดุที่ปล่อยสารเคมีอันตราย เช่น สารระเหย VOCs (Volatile Organic Compounds) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้งานและเสริมสร้างคุณภาพอากาศภายในอาคาร

2. การประหยัดพลังงาน (Energy Efficiency)
ออกแบบภายในให้ผู้ใช้งานได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ ผ่านการวางผัง และตำแหน่งผนัง เฟอร์นิเจอร์ และช่องแสง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุโปร่งแสงบางส่วน เพื่อนำแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคารเพื่อลดการพึ่งพาแสงประดิษฐ์ ทั้งยังเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบปรับอากาศที่มี ประสิทธิภาพพลังงานสูง เพื่อลดการใช้พลังงานในระยะยาว

3. คุณภาพสิ่งแวดล้อมภายใน (Indoor Environmental Quality)
มีการออกแบบเพื่อให้เกิดการระบายอากาศที่ดี ลดมลภาวะทางเสียง และใช้วัสดุตกแต่งที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจของผู้ใช้งาน อย่างมีประสิทธิภาพ

4. การออกแบบเพื่อความยืดหยุ่นและยาวนาน (Adaptability & Longevity)
ออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ในอนาคต เช่น การใช้ เฟอร์นิเจอร์แบบโมดูลาร์ (Modular Furniture) และการจัดวางพื้นที่ที่รองรับฟังก์ชันหลากหลาย ช่วยลดการรื้อปรับปรุงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งช่วยลดของเสียจากงานตกแต่งได้อย่างมีนัยสำคัญ


5. เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอย่างยั่งยืน (Sustainable Furnishing)
เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จาก ผู้ผลิตท้องถิ่น รวมถึงวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุที่ผ่านการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์จากการขนส่ง แต่ยังเป็นการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

6. การออกแบบเพื่อสุขภาวะของผู้ใช้งาน (Well-being Design)
การออกแบบพื้น ฝ้าเพดาน และซุ้มร้านค้า ใช้โทนสีอ่อนเพื่อความรู้สึกผ่อนคลาย ใช้เส้นสายอิสระ โค้งมน เพื่อสื่อถึงรูปทรงที่พบเห็นในธรรมชาติ

การเว้นช่องเปิดและจังหวะการจัดวางผนังที่ลูกค้าสามารถมองเห็นพื้นที่ต่อเนื่องของร้านค้าเพื่อให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง สบาย มีการใช้สีสันสดใส ในบางพื้นที่เพื่อกระตุ้นให้เกิดความน่าสนใจ ความรู้สึกสนุกสนาน ลดความเครียดในการใช้พื้นที่

KING POWER CITY BOUTIQUE จึงเป็นตัวอย่างการออกแบบที่แสดงถึงการผสมผสานของความงามทางสถาปัตยกรรมภายใน การวางผังประโยชน์ใช้สอยที่มีประสิทธิ์ภาพ และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตของลูกค้า ผู้มาใช้บริการ และพนักงานคิง เพาเวอร์ รวมถึงแสดงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของโลกในระยะยาว

กลับสู่ด้านบน